สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ฉีดแล้วก็ตายจากโควิดได้ แต่ต้องเทียบสัดส่วนต่อประชากรด้วย แล้วดูว่าประสิทธิภาพเป็นเท่าไหร่
รายงานประสิทธิภาพของวัคซีนจากข้อมูลเชิงประจักษ์โดยศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา
จากการเก็บข้อมูลการระบาดที่เมืองนิวยอร์คระหว่างการระบาดของเดลต้า กลุ่มข้อมูล 10.5 ล้านคน พบว่าประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง
จาก 91.7% เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ลงมาเหลือ 79.8% เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม
แต่ป้องกันป่วยหนักเข้า รพ ได้ที่ประสิทธิภาพเท่าเดิม 91.9 - 95.3% (ตามกลุ่มอายุ)
รายงานนี้มีตาราง มีกราฟ มีรายละเอียด มีคำอธิบายอย่างง่าย ลองกดเข้าไปอ่านดู
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7034e1.htm?s_cid=mm7034e1_w
รายงานข้อมูลบ้านพักคนชรา กลุ่มตัวอย่าง 85,593
เดือนมีนาคม 75%
เดือนมิถุนายน 53%
แสดงให้เห็นว่าในกลุ่มสูงอายุ วัคซีนมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก ต้องให้บู๊ตเตอร์เข็ม 3
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7034e3.htm?s_cid=mm7034e3_w
รายงานที่น่าสนใจที่สุดคือ ประสิทธิภาพป้องกันป่วยหนักเข้า รพ เก็บข้อมูลจาก รพ 21 แห่งใน 18 รัฐ ในช่วงเวลา 24 อาทิตย์
หลังจากเข็มสองมา 2 ถึง 12 อาทิตย์ ประสิทธิภาพ 86%
หลังจากเข็มสองมา 13 ถึง 24 อาทิตย์ ประสิทธิภาพ 84%
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7034e2.htm?s_cid=mm7034e2_w

คราวนี้เรามาพูดถึงเหตุที่ประเทศที่ใช้ mRNA อย่างอเมริกา อิสราเอล อังกฤษ ประเทศยุโรปจึงยังมีผู้ป่วยสูงขึ้นเรื่อยๆในแบบวิชาการ
ประสิทธิภาพบอกว่าเมื่อต้องเจอกับเชื้อจะป้องกันได้แค่ไหน
เช่นเมื่อคน 100 คนในวันหนึ่งๆไปเจอกับคนที่ติดเชื้อ พูดคุยกัน อยู่ในที่อากาศไม่ถ่ายเทร่วมกันนานๆ
คนที่ไม่ฉีดวัคซีนจะติดเชื้อทั้ง 100 คน
ถ้าฉีดวัคซีนประสิทธิภาพ 50% ก็ยังจะติดเชื้อ 50 คน
ถ้าฉีดวัคซีนประสิทธิภาพ 90% ก็ยังจะติดเชื้อ 10 คน
แต่เมื่อเกิดการระบาดติดเชื้อในสังคมสูงขึ้นมาก การเผชิญกับคนติดเชื้อก็จะเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้น นี่คือปัจจัยจริงๆ
คนได้รับวัคซีน 90% จำนวน 100 คนติดโรควันนั้น 10 คน แต่ถ้าคนฉีดวัคซีนจำนวนเป็นหมื่นไปเจอคนติดเชื้อ ตัวเลขก็กลายเป็น 1000 คน
ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนไม่ได้ลดลงก็ตาม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
ดังนั้นหมายความว่าเราต้องฉีดให้มากขึ้นจนกว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ ประสิทธิภาพสูงก็ใช้จำนวนน้อยกว่าประสิทธิภาพต่ำ
เพียงแต่เมื่อเจอกับเดลต้าที่ระบาดได้ง่ายมากๆจำนวนการฉีดก็ต้องเกือบ 100% ของประชากรในประเทศ นั่นคือสิ่งที่ประเทศใช้ mRNA กำลังเจอ
ถ้าประสิทธิภาพต่ำฉีดไปจนครบแล้วก็ยังหยุดเดลต้าไม่ได้อยู่ดี ยังมีการระบาดแบบเพิ่มจำนวนได้อยู่จนกว่าคนที่ฉีดจะได้บู๊ตเตอร์เป็นการติดเชื้อแทน
ถ้าระบาดหนักมากๆก็ยังต้องพึ่งมาตรการต่างๆด้วย เช่นแมสก์ WFH ปิดสถานบริการ ตรวจเชิงรุกมากพอ ฯลฯ
มีคลิปของนายแพทย์ท่านหนึ่งอธิบายเรื่องนี้ได้ดีมากๆอยากให้ลองฟังกันดูครับ

ส่วนประเทศไทยตอนนี้ เราฉีดได้ช้า มีกำลังการฉีด 20 ล้านโดสต่อเดือน มีวัคซีนในมือแค่ 10 ล้านต่อเดือน
ประสิทธิภาพวัคซีนน้อยกว่าประเทศที่ใช้ mRNA
การระบาดเดลต้าเร็วมากน่าจะฉีดไม่ทันแล้ว เราจะไปถึงพีคก่อนที่จะฉีดวัคซีนได้มากจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ครับ
รายงานประสิทธิภาพของวัคซีนจากข้อมูลเชิงประจักษ์โดยศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหรัฐอเมริกา
จากการเก็บข้อมูลการระบาดที่เมืองนิวยอร์คระหว่างการระบาดของเดลต้า กลุ่มข้อมูล 10.5 ล้านคน พบว่าประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง
จาก 91.7% เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ลงมาเหลือ 79.8% เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม
แต่ป้องกันป่วยหนักเข้า รพ ได้ที่ประสิทธิภาพเท่าเดิม 91.9 - 95.3% (ตามกลุ่มอายุ)
รายงานนี้มีตาราง มีกราฟ มีรายละเอียด มีคำอธิบายอย่างง่าย ลองกดเข้าไปอ่านดู
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7034e1.htm?s_cid=mm7034e1_w
รายงานข้อมูลบ้านพักคนชรา กลุ่มตัวอย่าง 85,593
เดือนมีนาคม 75%
เดือนมิถุนายน 53%
แสดงให้เห็นว่าในกลุ่มสูงอายุ วัคซีนมีประสิทธิภาพลดลงอย่างมาก ต้องให้บู๊ตเตอร์เข็ม 3
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7034e3.htm?s_cid=mm7034e3_w
รายงานที่น่าสนใจที่สุดคือ ประสิทธิภาพป้องกันป่วยหนักเข้า รพ เก็บข้อมูลจาก รพ 21 แห่งใน 18 รัฐ ในช่วงเวลา 24 อาทิตย์
หลังจากเข็มสองมา 2 ถึง 12 อาทิตย์ ประสิทธิภาพ 86%
หลังจากเข็มสองมา 13 ถึง 24 อาทิตย์ ประสิทธิภาพ 84%
https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/70/wr/mm7034e2.htm?s_cid=mm7034e2_w

คราวนี้เรามาพูดถึงเหตุที่ประเทศที่ใช้ mRNA อย่างอเมริกา อิสราเอล อังกฤษ ประเทศยุโรปจึงยังมีผู้ป่วยสูงขึ้นเรื่อยๆในแบบวิชาการ
ประสิทธิภาพบอกว่าเมื่อต้องเจอกับเชื้อจะป้องกันได้แค่ไหน
เช่นเมื่อคน 100 คนในวันหนึ่งๆไปเจอกับคนที่ติดเชื้อ พูดคุยกัน อยู่ในที่อากาศไม่ถ่ายเทร่วมกันนานๆ
คนที่ไม่ฉีดวัคซีนจะติดเชื้อทั้ง 100 คน
ถ้าฉีดวัคซีนประสิทธิภาพ 50% ก็ยังจะติดเชื้อ 50 คน
ถ้าฉีดวัคซีนประสิทธิภาพ 90% ก็ยังจะติดเชื้อ 10 คน
แต่เมื่อเกิดการระบาดติดเชื้อในสังคมสูงขึ้นมาก การเผชิญกับคนติดเชื้อก็จะเกิดขึ้นบ่อยมากขึ้น นี่คือปัจจัยจริงๆ
คนได้รับวัคซีน 90% จำนวน 100 คนติดโรควันนั้น 10 คน แต่ถ้าคนฉีดวัคซีนจำนวนเป็นหมื่นไปเจอคนติดเชื้อ ตัวเลขก็กลายเป็น 1000 คน
ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนไม่ได้ลดลงก็ตาม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
ดังนั้นหมายความว่าเราต้องฉีดให้มากขึ้นจนกว่าจะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ ประสิทธิภาพสูงก็ใช้จำนวนน้อยกว่าประสิทธิภาพต่ำ
เพียงแต่เมื่อเจอกับเดลต้าที่ระบาดได้ง่ายมากๆจำนวนการฉีดก็ต้องเกือบ 100% ของประชากรในประเทศ นั่นคือสิ่งที่ประเทศใช้ mRNA กำลังเจอ
ถ้าประสิทธิภาพต่ำฉีดไปจนครบแล้วก็ยังหยุดเดลต้าไม่ได้อยู่ดี ยังมีการระบาดแบบเพิ่มจำนวนได้อยู่จนกว่าคนที่ฉีดจะได้บู๊ตเตอร์เป็นการติดเชื้อแทน
ถ้าระบาดหนักมากๆก็ยังต้องพึ่งมาตรการต่างๆด้วย เช่นแมสก์ WFH ปิดสถานบริการ ตรวจเชิงรุกมากพอ ฯลฯ
มีคลิปของนายแพทย์ท่านหนึ่งอธิบายเรื่องนี้ได้ดีมากๆอยากให้ลองฟังกันดูครับ

ส่วนประเทศไทยตอนนี้ เราฉีดได้ช้า มีกำลังการฉีด 20 ล้านโดสต่อเดือน มีวัคซีนในมือแค่ 10 ล้านต่อเดือน
ประสิทธิภาพวัคซีนน้อยกว่าประเทศที่ใช้ mRNA
การระบาดเดลต้าเร็วมากน่าจะฉีดไม่ทันแล้ว เราจะไปถึงพีคก่อนที่จะฉีดวัคซีนได้มากจนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ครับ
สมาชิกหมายเลข 3654949 ถูกใจ, Arden ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2339313 ถูกใจ, เวลาว่างในที่ทำงาน ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6590913 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6593707 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6596835 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 6600087 ขำกลิ้ง, OverSeer ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6212523 ถูกใจรวมถึงอีก 16 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19)
วัคซีน (Vaccine)
รัฐบาล
การเมือง
หา!!! ..อะไรนะ หน้าด่านฉีดไฟเซอร์เข็ม3 ยังติดโควิด..
ไหนว่าบอกว่าเป็น "วัคซีนเทพ"
ที่อเมริกาฉีดไฟเซอร์ 2 เข็มก็ ติด ตายกันเยอะเลย